หนังสร้างรายได้

หนังไทยจากเรื่องละ 10 ล้านบาท มาเป็น 44 ล้านบาทได้อย่างไร?

หนังไทยทำเงิน 5 อันดับแรก ปี 2561 ? วิเคราะห์สูตรสำเร็จหนังไทยที่เปลี่ยนไปแล้ว

รายได้หนังไทยที่ตกต่ำ 3-4 ปีติดต่อกันกลายเป็นเรื่องที่ทั้งนายทุนและผู้กำกับวิตกกังวลไม่น้อย

ปี 2015 มีหนังไทยฉาย 55 เรื่องรายได้รวม 648 ล้านบาท เฉลี่ยหนังไทย 1 เรื่องทำเงิน 11.7 ล้านบาท

ปี2016 มีหนังไทยฉาย 45 เรื่องรายได้รวม 562 ล้านบาท เฉลี่ยหนังไทย 1 เรื่องทำเงิน 12.4 ล้านบาท

2017 มีหนังไทยฉาย 40 เรื่องรายได้รวม 439 ล้านบาท เฉลี่ยหนังไทย 1 เรื่องทำเงิน 10.9 ล้านบาท (ข้อมูล GDH )

จะเห็นว่าค่าเฉลี่ยหนังไทย 1 เรื่องจะมีรายได้ 10-12 ล้านบาท ส่งผลให้การลงทุนสร้างหนังไทยมีจำนวนลดน้อยลงในทุกๆ ปีจาก 55 เรื่องในปี 2015 มาปี 2017 เหลือ 40 เรื่อง

จนหลายคนคิดว่าในปี 2018 ที่เพิ่งผ่านไป หนังไทยน่าจะอาการโคม่าหนักกว่าเดิม ทั้งในแง่จำนวนหนังที่เข้าฉายและรายได้

จนเมื่อ Marketeer รอจนตัวเลขรายได้หนังไทยในปี 2018 นิ่งทุกเรื่อง พร้อมกับพบความพลิกล็อกประหลาดใจไม่น้อย เมื่อมีหนังไทยเข้าฉาย 43 เรื่องมีรายได้รวมกันประมาณ 1,900 ล้านบาท คิดเป็นค่าเฉลี่ยหนังไทย 1 เรื่องทำเงินได้ 44 ล้านบาทเลยทีเดียว

ตรงนี้เองที่ทำให้ส่วนแบ่งตลาดหนังไทยจากโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศเติบโตแบบก้าวกระโดดจากในปี 2017 มีส่วนแบ่ง 10-13% มาเป็นเกือบๆ 30% ในปี 2018

และยิ่งหากเปรียบเทียบเฉพาะรายได้ Top Five ของหนังไทยทั้ง 2 ปี จะพบตัวเลขที่แตกต่างอย่างชัดเจน

คำถามคือ อะไรที่ทำให้หนังไทยในปี 2018 ที่ผ่านมามีรายได้เติบโตมากกว่า 3 เท่า

ช่วงครึ่งปีแรกหลายคนอาจมองว่าเมื่อจบปี 2018 หนังไทยก็น่าจะอยู่ในวังวนความตกต่ำเดิมๆ เมื่อมีหนังไทยรายได้ทะลุ 100 ล้านบาทเพียงแค่สองเรื่องคือ “น้องพี่ที่รัก” ของค่าย GDH และการ์ตูนแอนิเมชั่นไทยอย่าง “9 ศาสตรา” นอกนั้นยังไม่มีภาพยนตร์ไทยเรื่องไหนมีรายได้แตะ 100 ล้านบาท

จนมาถึงครึ่งปีหลัง ซึ่งเป็นช่วงเวลา “จุดพลิกเกม” ของตลาดหนังไทยในปี 2018 เลยก็ว่าได้  เพราะมีหนังไทยเพิ่มเข้ามาถึง 4 เรื่อง รายได้ที่มีมากกว่า 100 ล้านบาทไม่ว่าจะเป็น “ไบค์แมน ศักรินทร์ตูดหมึก” ต่อมาคือเรื่อง “โฮมสเตย์” และ “ขุนพันธ์ 2” สุดท้ายคือหนังไทยแห่งปี “นาคี 2” ที่ทำรายได้สูงถึง 417 ล้านบาท 

จะเห็นว่าหนังไทยในปี 2018 ที่มีรายได้ทะลุ 100 ล้านบาทนั้น ไม่มีหนังแนวยอดฮิตอย่าง “หนังผี” ติดอยู่ในลิสต์ แสดงให้เห็นว่า “หนังผี” ก็ไม่ใช่สูตรสำเร็จหนังไทยเหมือนอย่างในอดีต

แล้วอะไรคือสูตรสำเร็จหนังไทยในยุคนี้

อาจไม่มีคำตอบที่ตายตัวเหมือนอย่างที่ผู้กำกับหนังหลายคนพูดกัน แต่พอจะคาดเดาได้ว่า คือการสร้างหนังแนวครีเอต และมีเนื้อเรื่องโดนใจมหาชน โดยเฉพาะแนว “คอมเมดี้” ที่ดูจะเป็นสิ่งที่ขายได้อย่างไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็น “น้องพี่ ที่รัก” คอมเมดี้หักมุมความซึ้งของพี่น้อง 2 คน หรือจะเป็น “ไบค์แมน ศักรินทร์ตูดหมึก” เป็นต้น

เพียงแต่ปีนี้เราได้เห็นสูตรการสร้างหนังไทยวิธีใหม่ที่ไม่ใช่การ Remake มาจากละครทางจอทีวีเหมือนอย่างในอดีต แต่เป็นการสร้างภาคต่อทันทีจากละครยอดฮิตอย่าง “นาคี” ที่เคยมีเรตติ้งทางจอทีวีในตอนจบสูงถึง 17.3 และเฉลี่ยทุกตอนอยู่ที่ 10.9 

และหนังภาคต่อจากละครทีวีอย่าง “นาคี 2” ก็ทำรายได้สูงเป็นอันดับ 1 ในปี 2018 มีรายได้ถึง 417 ล้านบาท

รายได้ “นาคี 2” รวมไปถึงหนังไทยเรื่องอื่นๆ ที่รวมๆ กันทั้งหมดมีมากถึง 7 เรื่อง ในปี 2018 ที่มีรายได้เกิน 100 ล้านบาท

(ทั้งนี้ยังรวมหนังอย่าง “9 ศาสตรา” และ “ไทยบ้านเดอะซีรีส์ 2.2”, ที่อยู่ในอันดับ 6 และ 7 ของหนังรายได้สูงสุดในปี 2018 ซึ่งมีรายได้เกิน 100 ล้านบาทเช่นกัน)

เพราะฉะนั้นข้อกล่าวหาว่า “หนังไทยสิ้นลาย” คนไทยจะไม่ซื้อตั๋วราคา 100 กว่าบาทเพื่อเข้าโรงหนังไปชม

คงจะเป็นคำพูดที่ไม่ถูกสักทีเดียว เพราะหากทั้งนายทุนและผู้กำกับหนังไทยอ่านพฤติกรรมคนดูยุคนี้ให้ออกว่า คนดูเขาต้องการอะไร แล้วเสิร์ฟสิ่งที่คนดูทั่วประเทศต้องการให้ถูกจุด

ไม่จำเป็นต้องมีโปรดักชั่นอลังการงานสร้างระดับ 1,000 ล้านบาท เหมือนอย่างภาพยนตร์ hollywood แต่ใช้ความคิดสร้างสรรค์เล่าเรื่องในแบบฉบับที่ถูกจริตคนไทย 

การทำหนังไทยให้มีรายได้ 100 ล้านสักเรื่องจึงไม่ใช่เรื่องที่ยาก

ว่าแต่ปี 2019 จะมีหนังไทยกี่เรื่องที่ “ปัง” โกยเงินเกิน 100 ล้านบาท เรามาเริ่มสตาร์ทนับนิ้วกันได้เลย! 

ที่มา : ( https://marketeeronline.co/archives/93486 )

โฆษณา
Create your website at WordPress.com
Get started
%d bloggers like this:
search previous next tag category expand menu location phone mail time cart zoom edit close